|
 |
็FAQ
คำถามที่ถามบ่อย
|
| |
1. ทำไม น้ำผึ้งมีหลายสี หลายกลิ่น หลายรสชาติ และแตกต่างกันอย่างไร
?
ตอบ น้ำผึ้งแท้ที่เก็บได้จากผึ้งป่า ผึ้งหลวง ผึ้งมิ้ม ผึ้งโพรง
หรือ ผึ้งพันธุ์มีองค์ประกอบไม่แตกต่างกัน และคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน
แต่คุณสมบัติ สี กลิ่น รส การตกผลึก ต่างกันตามชนิดของดอกไม้ เช่น
 |
-
น้ำผึ้งจากดอกลำไย เป็นน้ำผึ้งที่มีกลิ่นหอมหวาน เป็นที่นิยมมากที่สุด
เก็บไว้นานๆ แล้วไม่เปลี่ยนสี ไม่ตกผลึก เป็นน้ำผึ้งที่เก็บจากสวนลำไย
ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน ประมาณเดือนมีนาคม ต้นเดือนเมษายน
หรือช่วงเดือน 5 ( หน้าแล้ง )
|
- น้ำผึ้งจากดอกไม้ป่า
( สาบเสือ ) เป็นน้ำผึ้งที่มีกลิ่นหอม เมื่อเก็บมาใหม่ๆ มีสีเหลืองอ่อน
และเปลี่ยนสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ หากเก็บไว้นานๆ อาจตกผลึกได้ นิยมมากในวงการสมุนไพร
น้ำผักปั่น น้ำลูกยอ น้ำหมักเอมไซม์ต่างๆ ( เป็นน้ำผึ้งที่ส่วนใหญ่ได้จากต้นสาบเสือ
ในจังหวัดน่าน เก็บในช่วงเดือนธันวาคม )
- น้ำผึ้งจากดอกทานตะวัน เป็นน้ำผึ้งที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ สีเหลืองอ่อน
สวยงามมาก และ เป็นน้ำผึ้งที่ตกผลึกง่ายที่สุด นิยมปล่อยให้ตกผลึก เรียกว่า
ครีมน้ำผึ้งหรือแยมน้ำผึ้ง ใช้ทาขนมปัง ( เป็นน้ำผึ้งที่ได้จากดอกทานตะวัน
ในจังหวัดลพบุรี สระบุรี เก็บในช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน )
- น้ำผึ้งจากดอกงา เป็นน้ำผึ้งที่มีกลิ่นคล้ายน้ำผึ้งจากดอกลำไย ทิ้งไว้นานๆ
ตกผลึกได้ ( เป็นน้ำผึ้งที่ได้จากดอกงา ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เก็บในเดือนพฤษภาคม
)
2. น้ำผึ้งป่าและน้ำผึ้งเลี้ยงแตกต่างกันอย่างไร
( ผึ้งธรรมชาติกับผึ้งเลี้ยง ต่างกันอย่างไร )
 |
ตอบ
ไม่ต่างกัน เพราะปล่อยให้ผึ้งไปเก็บเองโดยธรรมชาติ น้ำผึ้งป่าไม่สามารถแยกได้ว่าได้จากดอกไม้ชนิดใด
และปัจจุบันหาของแท้ได้ยากมาก เนื่องจากป่าลดน้อยลงเรื่อยๆ มีการปลอมปนสูง
แต่ผึ้งเลี้ยงจะสามารถแยกได้ว่าได้จากดอกไม้ชนิดใด เพราะจะย้ายไปตามแหล่งดอกไม้บาน
เช่น ไปตั้งไว้ในสวนลำไย ในช่วงเดือนมีนาคม หรือไปตั้งไว้ที่ทุ่งทานตะวัน
ในช่วงเดือนตุลาคม เป็นต้น และที่สำคัญคุณค่าทางอาหาร ของผึ้งป่าและผึ้งเลี้ยงเหมือนกัน
แต่ผึ้งเลี้ยงสามารถหาน้ำหวานได้มากกว่าเพราะเราย้ายผึ้งเข้าไปในแหล่งน้ำหวาน
|
3.
วิธีดูน้ำผึ้งแท้ ทำอย่างไร ? วิธีพิสูจน์น้ำผึ้งแท้ ?
ตอบ วิธีพิสูจน์โดยใช้หยดในกระดาษทิชชู จุดติดไฟ หรือมดไม่ขึ้น
นั้น ใช้ไม่ได้ เนื่องจากเป็นการทดสอบความหนืดเท่านั้น เป็นวิธีการเบี่ยงเบนประเด็นของคนปลอมน้ำผึ้งถ้าจะให้แน่ก็ต้องเข้าห้อง
LAB วิเคราะห์ดูว่าได้ตามมาตรฐานน้ำผึ้งแท้หรือไม่ ( แนะนะให้ใช้วิธี
สังเกต, ดม , ชิม หรือดูยี่ห้อ หน้าตาคนขายเอา ) |
 |
4.
น้ำผึ้งของฟาร์มผึ้งสายัณห์ ต่างกับยี่ห้ออื่นอย่างไร
ตอบ เป็นฟาร์มผึ้งขนาดกลาง ที่เลี้ยงผึ้งอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
เน้นคุณภาพเป็นหลัก และดูแลการผลิตด้วยตนเอง ฉะนั้น เราจึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพ
ดังจะเห็นได้จาก ได้รับการรับรองจากอย. ได้รับรางวัลมากมาย เช่น ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศในงานประชุมผึ้งโลกเมื่อปี
ค.ศ 2000 และได้รับรางวัลชนะเลิสและรองชนะเลิศทั้งน้ำผึ้งและเกสรผึ้งในงานเกษตรแห่งชาติ
ปี พ.ศ 2544 และได้รับรางวัลต่างๆ ในการเกษตรแห่งชาติ ปี พ.ศ 2545
ถึง 7 รางวัล นอกเหนือจากนั้นยังได้รับรางวัล Good Packaging ของกระทรวงอุตสาหกรรมอีกด้วย
5. ทำไม ? น้ำผึ้งต้องตกผลึก
ตอบ น้ำผึ้งที่ตกผลึกไม่ใช่น้ำผึ้งปลอมปน เป็นน้ำผึ้งชนิดที่มีน้ำตาลกลูโคสมาก
( น้ำตาลกลูโคสเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะเมื่อร่างกายได้รับจะซึมซับทันที
ไม่ผ่านขบวนการย่อย ละลายน้ำได้ยาก จึงชักนำให้ตกผลึก ตัวเร่งให้ตกผลึกคือ
อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 30 องศา เช่น เมื่อนำไปเก็บในตู้เย็น ) น้ำผึ้งที่ตกผลึกได้ง่ายที่สุดก็คือ
น้ำผึ้งทานตะวัน และน้ำผึ้งดอกไม้ป่า (สาบเสือ) , ดอกงา เป็นต้น หากไม่ชอบตกผลึกสามารถนำไปผึ่งแดด
หรือแช่น้ำอุ่น ผลึกก็จะละลายได้
น้ำผึ้งปลอมปนด้วยน้ำตาล ก็สามารถตกผลึกได้เช่นกัน ให้สังเกตความละเอียดของผลึกน้ำผึ้งแท้ผลึกจะละเอียดมากกว่า
 |
6.
เป็นโรคเบาหวาน , กลัวอ้วน รับประทานได้หรือไม่ ?
ตอบ น้ำผึ้งก็คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง ย่อมมีผลกระทบบ้าง แนะนำให้บริโภคแต่น้อย
เนื่องจากน้ำผึ้งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ร่างกายสามารถซึมซับไปใช้ในร่างกายได้ทันที
ไม่สะสมในร่างกาย ( ดีกว่ารับประทานน้ำตาลทราย แน่นอน )
7.
สินค้าของบริษัทหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ?
ตอบ หาซื้อได้ตามร้านสมุนไพร ร้านสุขภาพ, สหกรณ์, ร้านกลุ่มแม่บ้านฯ
, ร้านเอเดน, เลมอนฟาร์ม, ร้านจีเอ็นซี ( ในห้างสรรพสินค้า ) หรือห้างเดอะมอลล์
ทุกสาขา ( จำหน่าย น้ำผึ้งจากดอกลำไย แอมโบรเชีย ขนาด 1,000
กรัม และ น้ำผึ้งจากดอกลำไย , น้ำผึ้งจากดอกไม้ป่า ยี่ห้อ โฮมช้อยส์
ขนาด 250 กรัม ) หรือสนใจสมัครเป็นสมาชิกโดยจัดส่งให้ถึงบ้าน (
มีค่ามอเตอร์ไชค์ 50 บาท/ครั้ง กรณีสั่งต่ำกว่า 1,000 บาท , ได้ส่วนลดพิเศษ
5 % และมีข่าวสารส่งให้ทุก 2 เดือน ) |
8. น้ำผึ้งนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
?
ตอบ ใช้แทนน้ำตาลได้ ในชา กาแฟ โอวัลติน หรือทำเครื่องดื่ม
เช่น น้ำผึ้งผสมมะนาว
ใช้ทำอาหาร เช่น หมักเนื้อ , หมู , ทำน้ำสลัด
ใช้ทำขนม เช่น ราดขนมปังปิ้ง แพนเค้ก
ใช้ทำเครื่องสำอาง เช่น หมักผม, ทาหน้า
ใช้ในวงการสมุนไพร เช่น ทำน้ำผักปั่น , น้ำลูกยอ , น้ำหมักเอนไซม์
ต่างๆ
หรือรับประทานเปล่าๆ วันละ 1 ช้อนชา เพื่อบำรุงร่างกาย
9. เกสรผึ้งคืออะไร
? ประโยชน์ต่อร่างกาย ?
ตอบ เป็นละอองเกสรดอกไม้ที่ติดมากับขาผึ้ง ผึ้งเก็บมาไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารตัวอ่อน
เราดักไว้ก่อนที่ผึ้งจะเข้ารัง ( เก็บในช่วงตุลาคม-กลางพฤศจิกายน )
เป็นอาหารเสริมที่มี กรดอะมีโนเอนไชม์ วิตามิน เกลือแร่สูงมาก
ความแตกต่างระหว่างเกสรผึ้งของฟาร์มผึ้งสายัณห์ กับที่อื่น
|
- ขบวนการเก็บของเราไม่เหมือนกับที่อื่น คือจะเก็บแค่ครึ่งวัน
หลังจากเก็บต้องนำไปผึ่งลมในที่โล่งประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วนำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ
45-50 องศา จนแห้ง ใช้เวลา 8-10 ชม. ( หากเก็บเกสรทั้งวันทำให้เกิดการบูด
เปรี้ยว ไม่ได้คุณภาพ )
- ผ่านการคัดหลายครั้งหลายหน โดยการ่อนเม็ดเล็กๆ สิ่งเจือปนออกจนหมด
ไม่มีสารปนเปื้อน ( ผ่านการวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว
)
|
-
มีรางวัลรับรองคุณภาพทุกปี ( รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศสองปีซ้อน
)
บุคคลที่ควรเลือกใช้เกสรผึ้ง
-คนที่เป็นหวัดบ่อยๆ
-คนที่ต้องการบำรุงสุขภาพ เล็บ ผม และผิวพรรณ
-คนที่ทำงานหนักๆ ต้องใช้สมองเป็นเวลานานๆ หรือเครียด
-เด็กที่ไม่ชอบรับประทานผัก
-ผู้ใหญ่ที่ต้องการหลีกเลี่ยง
เนื้อ นม ไข่
ประโยชน์
-ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สดชื่น กระปรี้กระเปร่า
-ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ความดัน
-บำรุงเส้นผมให้ดกดำ บำรุงผิวพรรณ
-และอื่นๆ อีกมากมาย
หมายเหตุ เนื่องจากเป็นอาหารเสริม จึงควรรับประทานอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล
|
 |
10.
นมผึ้ง ( Royal Jelly ) คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ นมผึ้ง คืออาหารที่ผึ้งงานผลิตขึ้นมาสำหรับเป็นอาหารของนางพญาผึ้ง
มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวครีม ในนมผึ้งจะมีสารอาหารต่างๆ มากมาย เช่น
คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, วิตามินหลายชนิด
ประโยชน์
- บำรุงสมอง บำรุงสติปัญญา
- ร่างกายแข็งแรง รู้สึกสดชื่น บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
- รักษาโรคเกี่ยวกับข้อ , ระบบประสาท
- บำรุงผิวพรรณ
วิธีรับประทาน รับประทานเปล่าๆ ครั้งละ ?-1 ช้อนชา
หรือผสมกับน้ำผึ้ง, เกสรผึ้ง หรือเครื่องดื่มต่างๆ ( ครั้งแรกๆ ควรรับประทานแต่น้อย
แล้วเพิ่มปริมาณขึ้น )
|
|