มารู้จัก
น้ำผึ้ง กันเถอะ
| คำว่า
น้ำผึ้ง คนทุกชาติทุกภาษายอมรับว่าเป็น ยาอายุวัฒนะขนานแท้
ในศตวรรษที่ 16-17 ชาวยุโรปเชื่อกันว่า น้ำผึ้ง เป็นโอสถสาร
ขนานวิเศษที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้หลายชนิด น้ำผึ้ง เป็นของเหลวมีรสหอมหวานที่ผ่านกระบวน
การสร้างขึ้นมาของผึ้งงาน มีลักษณะ เข้มข้นจนเหนียวหนืด มีความชื้นประมาณ
17-18% สีของน้ำผึ้งมีระดับของสีแตกต่างกัน ระหว่างเหลืองอ่อนถึงเขียวเข้ม
หรือน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลไหม้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่มา คือชนิดของดอกไม้
และเกสรดอกไม้ น้ำผึ้งที่ได้จากน้ำหวานและเกสรดอกไม้บางชนิด เมื่อเก็บทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่งน้ำตาลกลูโคสอาจตกผลึกได้
( เภสัชกรวีระพันธ์ ตันติพงษ์ 2538 ) |
|
น้ำผึ้งชนิดไหนดี ?
ปัญหานี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล หลายคนคิดว่าน้ำผึ้งจากผึ้งหลวงเป็นน้ำผึ้งที่มีคุณค่าสูงสุด
แต่จากการวิจัยของ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเก็บ ตัวอย่างน้ำผึ้งทั่วโลก
จากผึ้งทั้ง 4 ชนิด คือ ผึ้งโพรง ผึ้งมิ้ม ผึ้งหลวง และผึ้งพันธ์ (
ผึ้งเลี้ยง ) และในกลุ่มตัวอย่าง น้ำผึ้งที่วิเคราะห์นี้ มีน้ำผึ้งจากผึ้งมิ้ม
ผึ้งโพรง และผึ้งหลวงจากแหล่งต่างๆ ของประเทศไทยด้วย จากการวิเคราะห์จากเคมีพบว่า
คุณค่าทางอาหารของน้ำผึ้งจากผึ้งทั้ง 4 ชนิด ไม่แตกต่างกันจนสามารถแยกได้ว่า
ผึ้งชนิดไหนจะมีน้ำผึ้งที่มีคุณภาพดีกว่ากัน
สรุปคือ ผลงานค้นคว้าวิจัยทางเคมีและโภชนาการของน้ำผึ้งพบว่า โดยทั่วๆ
ไปแล้วผึ้งทั้ง 4 ชนิดให้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติ คล้ายคลึงกันทั้งในด้าน
องค์ประกอบทางเคมี และคุณค่าทางอาหาร ( ทัศนี คีรีทวีป กลุ่มงานผึ้งฯ
กรมวิชาการเกษตร 2537 )
ประเภทของน้ำผึ้งที่ขายในท้องตลาดปัจจุบัน
นอกเหนือจากน้ำผึ้งพื้นเมืองที่ชาวบ้านไปหามา
แล้วบรรจุขวดขายโดยทั่วไป มีนักธุรกิจบางรายสั่งซื้อน้ำผึ้งจากต่างประเทศ
ที่ขวดจะบ่งบอกถึงชนิด ของดอกไม้ เช่น ดอกส้ม ดอกอัลฟาฟ่า ดอกอะเคเซีย
เป็นต้น นอกจากน้ำผึ้งเหลวแล้ว ร้านค้าบางแห่งสั่งน้ำผึ้งชนิดครีมมาขาย
ซึ่งก็เป็นน้ำผึ้ง บริสุทธิ์ที่ผ่านกรรมวิธีโดยให้ตกตะกอนอย่างช้าๆ
เป็นที่นิยมของผู้บริโภค นอกจากนั้นมีน้ำผึ้งอีกชนิดหนึ่งที่มีราคาถูกกว่าชนิดอื่นๆ
มาก ไม่สมควรเรียกว่าน้ำผึ้ง เพราะเป็นน้ำผึ้งที่สังเคราะห์ขึ้นมาโดยกรรมวิธีที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการการผลิตโดยผึ้งเลย
เพียงแต่เอาน้ำตาลสูตรต่างๆ มาผสมกันกับน้ำหวานจากพืชบางชนิด แล้วเขียนเป็น
Honey Syrup ( ทัศนี คีรีทวีป กลุ่มงานผึ้งฯ กรมวิชาการเกษตร
2537 )
น้ำผึ้งปนและปลอม
สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือ ในปัจจุบันนี้มีการปนและปลอมน้ำผึ้งออกมาขาย
โดยที่ผู้ปนปลอมน้ำผึ้งนี้แบ่งออกได้ เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่หนึ่ง ปนปลอมแบบชาวบ้านคือ เมื่อได้น้ำผึ้งมาเล็กน้อยก็นำมาผสมกับน้ำตาลละลายน้ำและแบะแซเพื่อให้เหนียวหนืดบรรจุขวดขาย
แล้วคนกลุ่มนี้ก็จะบอกว่าเป็น น้ำผึ้งแท้ พร้อมท้าให้พิสูจน์ ถ้าไม่เชื่อเชิญพิสูจน์ได้
โดยบอกเทคนิควิธีทดสอบหลายอย่าง เช่น หยดลงในน้ำจะเกาะเป็นก้อน เมื่อเอาช้อนคนดูก็จะเห็นเป็นสาย
หรือหยดลงในกระดาษทิชชูก็จะไม่ซึม นำหัวไม้ขีดไฟมาจุ่มแล้วจุดไฟติด
เป็นต้น เทคนิคเหล่านี้ไม่ใช่วิธีพิสูจน์ความแท้ของน้ำผึ้ง แต่เป็นเพียงการพิสูจน์ความเข้มข้นของน้ำผึ้งเท่านั้น
กล่าวคือ ถ้าความชื้นไม่เกิน 21% ก็จะเป็นไปตามที่กล่าวมา นี่เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นให้หลงทาง
น้ำผึ้งที่ปลอมด้วยวิธีนี้จะต้องทดสอบเพื่อหาส่วนประกอบ ของแบะแซ วิธีที่ง่ายที่สุด
คือ ให้นำใบชาจีนมาใส่แก้วให้มากสักหน่อยแล้วเติมน้ำร้อนจัดๆ คนให้ได้น้ำชาแก่ที่สุด
ตักเอากากชาออก จากนั้นให้เติมน้ำผึ้งลงไปประมาณ 2-3 ช้อน คนให้ทั่ว
ถ้าน้ำชาไม่เปลี่ยนสี นั่นคือ น้ำผึ้งแท้
กลุ่มที่สอง กลุ่มนี้เป็นการปนปลอมแบบมืออาชีพ มีความรู้และศึกษาความต้องการของตลาดน้ำผึ้งบ้านเราพอสมควร
สิ่งแรกคือเขารู้ว่าบ้านเรานิยม น้ำผึ้งป่า เขาก็จะเอาน้ำผึ้งที่ได้จากการเลี้ยง
( ชนิดที่มีคุณภาพต่ำ ) ไปแต่งสี แต่งกลิ่น ผู้บริโภคต้องการสีไหน
กลิ่นไหนก็สามารถทำได้ ใส่สารป้องกันการตกตะกอน แล้วนำเอาเกสรผึ้งมาผสมปนลงไป
ใส่ขวดให้เป็นแบบชาวบ้าน ตั้งทิ้งไว้ระยะหนึ่งเกสรผึ้งก็จะลอยขึ้นมาที่ปากขวด
แล้วบอกว่า นี่แหละน้ำผึ้งป่า กระบวนการปลอมชนิดนี้มีเอเย่นต์ส่งขายถึงชายแดนทั่วไป
เช่น อ.แม่สอด จ. ตาก , จ. แม่ฮ่องสอน, อ. แม่สาย จ. เชียงราย ผู้บริโภคบางคนอุตสาห์ไปซื้อมาจากท่าขี้เหล็ก
ประเทศพม่า หรือปอยเปต ประเทศกัมพูชา แต่กลับล้วนเป็นน้ำผึ้งปลอมจากประเทศไทย
ทั้งสิ้น น้ำผึ้งที่ปลอมด้วยวิธีนี้ไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีธรรมดา
จะต้องทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อหาค่าต่างๆ ให้ได้มาตรฐานสากล ที่ได้มีการกำหนดไว้แล้ว
มาตรฐานน้ำผึ้ง น้ำผึ้ง มีมาตรฐานสากลของโลกกำหนดไว้
ดังนี
| |
-
ความชื้นร้อยละไม่เกิน 21
- น้ำตาลรีดิวซิ่งคิดเป็นน้ำตาลอินเวอร์ตร้อยละไม่น้อยกว่า 65
- น้ำตาลซูโครสร้อยละไม่เกิน 5
- ค่าไดเอซิเตส แอกติวิตี้ส์ (โกแตสเกล) ไม่น้อยกว่า 3
- ไฮดรอกซีแมลทิล เฟอร์ฟิวรัล ( มก./กก. ) ไม่เกิน 80 |
สำหรับเรื่องของ
น้ำผึ้งตกผลึก หลายท่านเข้าใจว่า น้ำผึ้งตกผลึก เป็น น้ำผึ้งปลอม
ซึ่ง
เป็นความเข้าใจที่ผิด การตกผลึกของน้ำผึ้งเกิดจากน้ำตาลกลูโคสที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
และจากการสังเกตพบว่า น้ำผึ้งที่ได้จากไม้ยืนต้น เช่น ไม้ป่า ( ประดู่,
แดง, ปรู) ลำไย,เงาะ, นุ่น จะไม่ตกผลึกและสีของน้ำผึ้งก็ไม่เปลี่ยน
หรือเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ( ยกเว้นน้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น
แต่ตกผลึกง่าย ) ส่วนน้ำผึ้งที่ได้จากพืชล้มลุกหรือพืชอายุสั้น เช่น
ต้นสาบเสือ, ทานตะวัน, งา ฯลฯ จะตกผลึกง่าย และน้ำผึ้งก็จะเปลี่ยนสีเร็วด้วย
บทความย้อนหลัง
|